Print this หน้า

อาภรณ์ สันติวรกุล

การพัฒนาชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช “ณ นครอุทิศ”

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ห้อง 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช “ณ นครอุทิศ” สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 1 จำนวน 45 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง และแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มีความเชื่อมั่น ( r ) เท่ากับ 0.71 ค่าความยากง่าย ( p ) มีค่าระหว่าง 0.2 – 0.8 และค่าอำนาจจำแนก ( r ) มีค่าระหว่าง 0.2 – 0.8 วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ค่าประสิทธิผล (E.I.) และการทดสอบค่าที (t – test dependent)

ผลการวิจัยพบว่า
1) ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 หน่วยการเรียน คือ ความหมายของเศษส่วนและทศนิยม โจทย์ปัญญาการคูณการหาร(บัญญัติไตรยางศ์) ร้อยละ โจทย์ปัญหาการซื้อขาย สำหรับผลการหาประสิทธิภาพ ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.18/81.11 เมื่อทดลองแบบเดี่ยว มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.31/81.85 เมื่อทดลองแบบกลุ่ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.83/81.22 เมื่อทดลองภาคสนาม และมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.08/81.26 เมื่อทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานไม่ต่ำกว่า 80/80 ที่ตั้งไว้
2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.5678 หรือร้อยละ 56.78 หมายความว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ มีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.78

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้กำหนดกรอบสาระและมาตรฐานการเรียนรู้เมื่อผู้เรียนเรียนจบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานและเมื่อผู้เรียนเรียนจบในแต่ละช่วงชั้นไว้ สถานศึกษามีหน้าที่จัดทำสาระการเรียนรู้และกำหนดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปีหรือรายภาค โดยสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษากำหนดจากมาตรฐานการเรียนรู้ช่วงชั้นที่กำหนดไว้ในหลักสูตรเป็นสาระการเรียนรู้พื้นฐานสำหรับผู้เรียนทุกคน นอกจากนี้สถานศึกษาสามารถกำหนดสาระและมาตรฐานการเรียนรู้เพิ่มเติมขึ้นเองให้เหมาะสมกับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนได้อีก
คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์มีความคิดสร้างสรรค์ คิดอย่างมีเหตุผล เป็นระบบและมีแบบแผน สามารถวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ได้อย่างถี่ถ้วนรอบคอบ ทำให้สามารถคาดการณ์ วางแผน ตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม คณิตศาสตร์เป็นเครื่องมือในการศึกษาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตลอดจนศาสตร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง คณิตศาสตร์จึงมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตและช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น นอกจากนี้คณิตศาสตร์ยังช่วยพัฒนามนุษย์ให้สมบูรณ์ มีความสมดุลทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ สามารถคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็นและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข
การจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ตามปกติเนื้อหาส่วนใหญ่ของวิชาคณิตศาสตร์มักมีลักษณะเป็นนามธรรม ต้องใช้ศิลปะการสอนต่าง ๆ เช่น การถามคำถามที่น่าตื่นเต้น น่าสนใจ การใช้วิธีการให้นักเรียนได้ค้นพบด้วยตนเอง (discovery) การทำคณิตศาสตร์ให้มีชีวิตชีวา การใช้สื่อการสอนที่เหมาะสมให้นักเรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้เดิมของนักเรียนสู่องค์ความรู้ใหม่ การเริ่มหรือจบบทเรียนที่น่าตื่นเต้นน่าสนใจ เป็นศิลปะการสอนที่จะช่วยให้ผู้เรียนพัฒนาความสามารถไปสู่เป้าหมายได้ (สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, 2550. หน้า 2)
สื่อการเรียนการสอนมีหลายประเภท ทั้งเป็นวัสดุ อุปกรณ์ กิจกรรม หรือวิธีการ ยุพิน พิพิธกุล และอรพรรณ ต้นบรรจง (2531. หน้า 16 – 17) ได้กล่าวถึงความสำคัญของสื่อการเรียนการสอนว่า “สื่อการเรียนการสอนช่วยให้นักเรียนเข้าใจบทเรียนได้ดียิ่งขึ้น ช่วยในการสอนนักเรียนที่มีความสามารถแตกต่างกัน ช่วยสร้างเสริมความสนใจของนักเรียน ช่วยให้ประหยัดเวลาในการสอน ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรม ซึ่งจะนำไปสู่นามธรรม ช่วยในการอธิบายขยายความ และสรุปข้อความ ส่งเสริมให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และช่วยเสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อการเรียน”

วิธีดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการพัฒนาชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช “ณ นครอุทิศ” ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการดังนี้
1. การศึกษาค้นคว้า
2. การออกแบบการวิจัย
3. ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง
4. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
5. การดำเนินการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูล
6. การวิเคราะห์ข้อมูล
7. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การศึกษาค้นคว้า
ผู้วิจัยได้ศึกษาเอกสาร และงานวิจัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยดังนี้
1. ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับชุดการสอนแบบสื่อประสมเพื่อนำมาใช้ในการวางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. ศึกษาหลักสูตร แบบเรียน คู่มือครู และตำรารายวิชาคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ในเนื้อหาเรื่อง บทประยุกต์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551 ของกระทรวง
ศึกษาธิการ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแผนการจัดการเรียนรู้รายหน่วยวิชาคณิตศาสตร์
3. ศึกษาเอกสาร ตำรา และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิธีวัดและประเมินผลวิชาคณิตศาสตร์ระดับประถมศึกษา และวิธีสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ เพื่อใช้แนวทางในการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์

การดำเนินการทดลอง และเก็บรวบรวมข้อมูล
การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยดำเนินการทดลองสอนเองกับเด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มตัวอย่าง และดำเนินการตามลำดับขั้นตอนดังนี้
1. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจำนวน 30 ข้อ มาทดสอบก่อนเรียนกับกลุ่มตัวอย่างโดยใช้เวลา 60 นาที
2. ทำการทดลองสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นด้วยตนเอง โดยใช้เวลาสอนสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง จำนวน 5 สัปดาห์
3. เมื่อสอนครบชั่วโมงที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้แล้ว นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นฉบับเดิม จำนวน 30 ข้อ มาดำเนินการทดสอบหลังเรียนกับกลุ่มตัวอย่าง
4. นำกระดาษคำตอบของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนก่อนและหลังการทดลองมาตรวจให้คะแนน โดยตอบถูกให้ข้อละ 1 คะแนน ตอบผิดหรือตอบมากกว่า 1 ข้อ หรือไม่ตอบ ให้ 0 คะแนน และบันทึกคะแนนของนักเรียนแต่ละคนเพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูล

สรุปผลการวิจัย
1. ผลการสร้างคือ ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 4 หน่วยการเรียน คือ ความหมายของเศษส่วนและทศนิยม โจทย์ปัญญาการคูณการหาร(บัญญัติไตรยางศ์) ร้อยละ โจทย์ปัญหาการซื้อขาย สำหรับผลการหาประสิทธิภาพ ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 82.18/81.11 เมื่อทดลองแบบเดี่ยว มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.31/81.85 เมื่อทดลองแบบกลุ่ม มีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.83/81.22 เมื่อทดลองภาคสนาม และมีประสิทธิภาพเท่ากับ 82.08/81.26 เมื่อทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานไม่ต่ำกว่า 80/80 ที่ตั้งไว้
2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01
3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีค่าเท่ากับ 0.5678 หรือร้อยละ 56.78 หมายความว่า นักเรียนที่เรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ มีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.78

ข้อเสนอแนะ
สำหรับข้อเสนอแนะแยกเป็น ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้ และข้อเสนอแนะในการวิจัยครั้งนี้
1. ครูผู้สอนควรมีการเตรียมการสอน จัดลำดับกิจกรรม สื่อการเรียนการสอน ให้เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของแผนการจัดการเรียนรู้ เพื่อที่จะสร้างความพร้อมและความมั่นใจให้กับครูผู้สอนในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
2. ครูผู้สอนจะต้องสังเกต จดบันทึกปัญหา และข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น เพื่อดูว่าผู้เรียนคนใดมีปัญหาหรือข้อสงสัยในการเรียน เพื่อที่จะได้ให้ความช่วยเหลือแนะนำอย่างทันท่วงที และนำชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ไปปรับปรุงแก้ไขให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
3. ครูผู้สอนควรให้การเสริมแรงทางบวกแก่นักเรียน เช่น การชมเชย หรือให้รางวัลสำหรับคนที่มีคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์เฉลี่ยสูง และให้กำลังใจแก่คนที่มีคะแนนสอบวัดผลสัมฤทธิ์เฉลี่ยต่ำ
4. ครูผู้สอนควรมีการเผยแพร่และส่งเสริมให้มีการสร้างชุดการสอนแบบสื่อประสมในลักษณะนี้ให้มากขึ้น เพื่อจะได้ช่วยเหลือผู้เรียนที่มีปัญหาในการเรียนในเนื้อหาอื่นของวิชาคณิตศาสตร์
5. ควรนำชุดการสอนที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปปรับปรุงแก้ไขนำไปทดลองกับกลุ่มตัวอย่างอื่น ๆ ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
6. ควรนำชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ที่สร้างขึ้นไปทดลองกับนักเรียนชั้นอื่น เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียนต่างระดับชั้น
7. ควรมีการศึกษาผลการเรียนโดยใช้ชุดการสอนแบบสื่อประสมวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง บทประยุกต์ ที่สร้างขึ้นที่มีต่อตัวแปรอื่น ๆ เช่น ความคงทนในการเรียน เจตคติต่อการเรียน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ เป็นต้น

ใส่ความเห็น